ADD ANYTHING HERE OR JUST REMOVE IT…

การพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟู วิธีดูแลและป้องกันแผลกดทับ

Share On: Facebook Line
Share On: Facebook Line
Table of Contents

การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองหลังจากผ่านระยะเฉียบพลันแล้ว ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องการการพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟูอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระยะฟื้นฟูอย่างครอบคลุม เริ่มตั้งแต่การทำความเข้าใจถึงความหมายและความสำคัญของการพยาบาลในระยะนี้ เป้าหมายหลักที่ต้องการบรรลุ รวมถึงการประเมินผู้ป่วยในด้านต่าง ๆ ที่จำเป็น นอกจากนี้เราจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแลผู้ป่วยทั้งในช่วงที่ยังอยู่ในโรงพยาบาลและหลังจากกลับบ้านแล้ว การป้องกันปัญหาที่พบบ่อย เช่น การป้องกันแผลกดทับผู้ป่วย Stroke และการดูแลการกลืนอาหารผู้ป่วย Stroke ตลอดจนการติดตามอาการที่ควรรีบกลับมาพบแพทย์ เพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

การพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟูคืออะไร

การพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟูเป็นการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองหลังจากผ่านระยะฉุกเฉินแล้ว เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติมากที่สุด โดยมุ่งเน้นการฟื้นฟูทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ระยะนี้จะเริ่มตั้งแต่อาการคงที่ ซึ่งมักจะเป็นช่วง 72 ชั่วโมง หลังเกิดอาการ จนถึงการติดตามต่อเนื่องในระยะยาว

จะมีการประเมินปัญหาและความต้องการของผู้ป่วยแต่ละคนเป็นรายบุคคล รวมถึงการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในด้านการป้องกันภาวะแทรกซ้อน การฝึกทักษะการใช้ชีวิตประจำวัน และการสร้างกำลังใจ เป้าหมายสำคัญคือการป้องกันปัญหาเช่นแผลกดทับ การติดเชื้อ และการสูญเสียการทำงานของกล้ามเนื้อ

การดูแลในระยะนี้ครอบคลุมการช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวัน การให้คำแนะนำแก่ครอบครัวในการดูแล และการประสานงานกับทีมสหวิชาชีพ เช่น นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูที่ครอบคลุมทุกด้านอย่างมีประสิทธิภาพ

ระยะเวลาช่วงฟื้นฟูหลัง Stroke

ระยะฟื้นฟูหลังโรคหลอดเลือดสมองแบ่งออกเป็น 3 ช่วงสำคัญ โดยช่วงแรกเป็นระยะ 3-7 วัน หลังเกิดอาการ ที่เรียกว่าระยะเฉียบพลัน เป็นช่วงที่การพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟูเริ่มต้นขึ้น โดยมุ่งเน้นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนและการเตรียมความพร้อมสำหรับการฟื้นฟู โดยจะเริ่มการประเมินและวางแผนการรักษาเบื้องต้น

ช่วงที่สองคือระยะ 2 สัปดาห์ – 6 เดือนแรก ซึ่งถือเป็นช่วงทองคำของการฟื้นฟู เนื่องจากสมองมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวสูงสุด การฟื้นฟูในระยะนี้มักจะให้ผลลัพธ์ที่ดีและรวดเร็วที่สุด ทีมแพทย์จะเน้นการฝึกทักษะต่าง ๆ อย่างเข้มข้น เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นคืนความสามารถได้มากที่สุด

ช่วงสุดท้ายคือระยะ 6 เดือน – 2 ปี ขึ้นไป ซึ่งเป็นระยะการฟื้นฟูระยะยาว แม้ว่าการปรับปรุงจะช้าลงแต่ผู้ป่วยยังคงสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากมีการฝึกซ้อมและการดูแลที่สม่ำเสมอ การติดตามผลและการปรับแผนการรักษาในระยะนี้มีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว

ความแตกต่างของการพยาบาลในแต่ละระยะ

การพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟูมีความแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาตามสภาวะของผู้ป่วย ในระยะแรกจะมุ่งเน้นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนและการสังเกตอาการ ระยะกลางจะเน้นการฟื้นฟูอย่างเข้มข้น ส่วนระยะยาวจะเป็นการดูแลต่อเนื่องและปรับปรุงคุณภาพชีวิต

จุดเน้นหลักที่แตกต่างกันในแต่ละระยะ รวมถึงการป้องกันแผลกดทับ การฝึกการเคลื่อนไหว และการดูแลการกลืนอาหารผู้ป่วย Stroke ที่ต้องปรับเปลี่ยนตามความสามารถของผู้ป่วย ระยะแรกอาจต้องให้อาหารทางสายยาง แต่ระยะหลังจะเน้นการฝึกกลืนอาหารปกติ

โดยจะมีการปรับแผนการดูแลตามความก้าวหน้าของผู้ป่วยแต่ละคน โดยในระยะต้นจะมีการเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อนอย่างเข้มงวด ส่วนระยะฟื้นฟูจะเพิ่มกิจกรรมการฝึกซ้อมและการเตรียมตัวกลับบ้าน การประเมินผลและการปรับแผนรักษาจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

เป้าหมายหลักของการพยาบาลในระยะฟื้นฟูคืออะไร

เป้าหมายหลักของการพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟูคือการช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้มากที่สุดและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งจะมุ่งเน้นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น การติดเชื้อ การเสื่อมสภาพของกล้ามเนื้อ และการเกิดปัญหาทางจิตใจ เพื่อให้ร่างกายของผู้ป่วยคงสภาพที่แข็งแรงและพร้อมสำหรับการฟื้นฟู

เป้าหมายสำคัญที่มุ่งเน้นคือการให้ผู้ป่วยฟื้นคืนความสามารถในการช่วยเหลือตนเองได้ การสื่อสารได้ชัดเจนกว่าเดิม และการเคลื่อนไหวได้อย่างปลอดภัย การพัฒนาทักษะเหล่านี้จะช่วยลดภาระการดูแลของครอบครัวและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ป่วย การเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับไปใช้ชีวิตในชุมชนก็เป็นส่วนสำคัญของเป้าหมายนี้

นอกจากนี้การพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองยังมีเป้าหมายในระยะยาวคือการป้องกันการกำเริบของโรคและการปรับปรุงสภาพร่างกายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวเกี่ยวกับการดูแลตนเอง การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการติดตามอาการ เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน

การฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการเคลื่อนไหว

การฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการเคลื่อนไหวเป็นส่วนสำคัญของการพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟูที่มุ่งเน้นการช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ดีขึ้น เริ่มตั้งแต่การขยับข้อนิ้วมือเบา ๆ ไปจนถึงการเดินได้เอง โดยจะเริ่มด้วยการประเมินความสามารถเดิมของผู้ป่วยและค่อย ๆ เพิ่มความยากของการฝึกซ้อมตามความสามารถที่พัฒนาขึ้น

กระบวนการฟื้นฟูจะเริ่มจากการฝึกพลิกตัวบนเตียง การนั่งขึ้นจากเตียงด้วยตนเอง จากนั้นจึงเป็นการฝึกยืนและการเดิน การฝึกใช้แขนและมือที่อ่อนแรงเป็นพิเศษก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง เช่น การแปรงฟัน การรับประทานอาหาร และการแต่งตัว

ความสำเร็จของการฟื้นฟูด้านนี้ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอของการฝึกซ้อม โดยเฉพาะใน 6 เดือนแรก หลังเกิดอาการ ซึ่งเป็นช่วงทองคำของการฟื้นตัว โดยจะมีการร่วมมือกับครอบครัวในการสร้างแรงจูงใจและกำลังใจให้กับผู้ป่วย เพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

การพัฒนาทักษะการดำรงชีวิตประจำวัน

การพัฒนาทักษะการดำรงชีวิตประจำวันเป็นส่วนหนึ่งของการพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟูที่มุ่งเน้นให้ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในกิจวัตรพื้นฐาน ซึ่งจะเริ่มฝึกจากทักษะง่าย ๆ เช่น การแปรงฟัน การล้างหน้า การใช้ช้อนส้อม และค่อย ๆ เพิ่มความซับซ้อนขึ้นเป็นการแต่งตัว การเข้าห้องน้ำ และการเตรียมอาหารง่าย ๆ

ทักษะสำคัญที่จะให้ความสำคัญ ได้แก่การฝึกใช้มือที่อ่อนแรงในการจับสิ่งของ การฝึกสมดุลขณะนั่งและยืน รวมทั้งการดูแลการกลืนอาหารผู้ป่วย Stroke เพื่อให้สามารถรับประทานอาหารได้อย่างปลอดภัย การฝึกเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ป่วยมีความมั่นใจมากขึ้นและลดการพึ่งพาผู้อื่น

การพัฒนาทักษะเหล่านี้ต้องใช้เวลาและความอดทน โดยเฉพาะการฝึกซ้ำซากในกิจกรรมเดิมหลายครั้งจนกลายเป็นนิสัย โดยจะมีการประเมินความสามารถของผู้ป่วยแต่ละคนและปรับวิธีการฝึกให้เหมาะสม เช่น การใช้อุปกรณ์ช่วย การปรับระดับความยากง่าย และการให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง

การป้องกันภาวะแทรกซ้อนและอาการกำเริบ

การป้องกันภาวะแทรกซ้อนเป็นส่วนสำคัญของการพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟูที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมุ่งเน้นการป้องกันแผลกดทับผู้ป่วย Stroke ด้วยการเปลี่ยนท่านอนทุก 2 ชั่วโมง การใช้เบาะลมหรือเบาะโฟม และการรักษาความสะอาดของผิวหนัง นอกจากนี้ยังรวมถึงการป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจและการดูแลสายสวนปัสสาวะในผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้

การป้องกันอาการกำเริบของโรคหลอดเลือดสมองมีความสำคัญไม่น้อยกว่ากัน จะมีการติดตามความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด และระดับไขมันในเลือดอย่างสม่ำเสมอ การให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวเกี่ยวกับการสังเกตอาการเตือนภัย เช่น ใบหน้าเบี้ยวฉับพลัน แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว หรือพูดไม่ชัด จะช่วยให้สามารถรับการรักษาได้ทันท่วงที

การปรับปรุงวิถีชีวิตและการจัดการปัจจัยเสี่ยงก็มีบทบาทสำคัญในการป้องกันการกำเริบ โดยจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่ลดเค็ม การออกกำลังกายตามความสามารถ การเลิกสูบบุหรี่ และการจัดการความเครียด เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำในอนาคต

ควรประเมินผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟูด้านใดบ้าง

การประเมินผู้ป่วยในระยะฟื้นฟูเป็นขั้นตอนสำคัญของการพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟูที่จะเป็นพื้นฐานในการวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม ซึ่งจะเริ่มประเมินตั้งแต่สภาพร่างกายโดยรวม ความสามารถในการเคลื่อนไหว แรงกล้ามเนื้อ ช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ และความสมดุลของผู้ป่วย ซึ่งจะช่วยให้ทราบว่าผู้ป่วยมีปัญหาด้านใดบ้างและควรเริ่มการฟื้นฟูจากจุดไหน

ด้านสำคัญที่ต้องประเมินครอบคลุมหลายมิติของการใช้ชีวิตประจำวัน ได้แก่ความสามารถในการสื่อสาร การมองเห็น การได้ยิน รวมถึงสภาพจิตใจและอารมณ์ของผู้ป่วย การประเมินด้านการรับรู้และการคิดก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะจะช่วยให้เราเข้าใจว่าผู้ป่วยสามารถเข้าใจคำสั่งและทำตามได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะส่งผลต่อวิธีการฟื้นฟูที่เหมาะสม

การประเมินด้านกิจวัตรประจำวันและความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนก็ไม่ควรมองข้าม โดยจะมีการประเมินความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง เช่น การกินข้าว การแปรงฟัน การแต่งตัว และการเข้าห้องน้ำ พร้อมทั้งประเมินความเสี่ยงในการเกิดแผลกดทับ การสำลักอาหาร และการล้มล้ม การประเมินที่ครอบคลุมเช่นนี้จะช่วยให้การวางแผนการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมีประสิทธิภาพและตรงตามความต้องการของผู้ป่วยแต่ละคน

การประเมินสมรรถภาพทางกายและการเคลื่อนไหว

การประเมินสมรรถภาพทางกายเป็นขั้นตอนแรกของการพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟูที่เราจะทำอย่างละเอียดและครอบคลุม การประเมินจะเริ่มจากการตรวจสอบแรงกล้ามเนื้อแต่ละส่วนของร่างกาย โดยใช้มาตรฐาน 5 ระดับ เริ่มจากกล้ามเนื้อที่ไม่สามารถหดตัวได้เลย จนถึงแรงกล้ามเนื้อปกติ ทั้งยังรวมไปถึงการประเมินความรู้สึกและการสัมผัสในแต่ละส่วนของร่างกาย

การประเมินด้านการเคลื่อนไหวจะครอบคลุมตั้งแต่การเคลื่อนไหวพื้นฐาน เช่น การพลิกตัวบนเตียง การนั่งขึ้น การยืน ไปจนถึงการเดินและการทรงตัว ซึ่งจะมีการสังเกตการเคลื่อนไหวของข้อต่อต่าง ๆ ว่าสามารถเคลื่อนไหวได้ครบตามช่วงปกติหรือไม่ และมีการติดข้อหรืออาการปวดประกอบหรือไม่ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนการฟื้นฟูที่เหมาะสม

นอกจากนี้การประเมินความสมดุลและการประสานงานของร่างกายก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งเราจะทดสอบความสามารถในการนั่งโดยไม่มีที่พิง การยืนด้วยขาเดียว และการเดินบนเส้นตรง การประเมินเหล่านี้จะช่วยให้ทราบถึงความเสี่ยงในการล้มและสามารถวางแผนการใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน เช่น ไม้เท้า หรือ Walker ได้อย่างเหมาะสม

การตรวจสอบความสามารถในการสื่อสารและการกลืน

การตรวจสอบความสามารถในการสื่อสารเป็นส่วนสำคัญของการพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟูที่จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากผู้ป่วยหลายคนอาจมีปัญหาในการพูด การเข้าใจภาษา หรือการอ่านเขียน ซึ่งจะทดสอบความสามารถในการออกเสียง ความชัดเจนของการพูด และความเข้าใจในคำสั่งง่าย ๆ เช่น การขยับมือ การชี้สิ่งของต่าง ๆ

การประเมินการดูแลการกลืนอาหารผู้ป่วย Stroke มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากผู้ป่วยมีปัญหาการกลืน อาจเกิดการสำลักหรืออาหารเข้าปอดได้ ซึ่งจะสังเกตการเคลื่อนไหวของลิ้น ริมฝีปาก และกล้ามเนื้อใบหน้า พร้อมทั้งทดสอบด้วยน้ำเปล่าหรืออาหารเนื้อเหลวใสในปริมาณเล็กน้อย เพื่อดูว่าผู้ป่วยสามารถกลืนได้อย่างปลอดภัยหรือไม่

ขั้นตอนการทดสอบจะทำอย่างระมัดระวังและค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากการสั่งให้ผู้ป่วยไอเบา ๆ เพื่อทดสอบการทำงานของกล้ามเนื้อคอ จากนั้นจึงให้ลองกลืนน้ำลายตัวเองก่อน หากไม่มีอาการสำลักจึงจะทดลองด้วยอาหารเนื้อเหลวที่ข้นขึ้นเป็นลำดับ การประเมินนี้จะช่วยกำหนดประเภทและความหนืดของอาหารที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน

การพยาบาลผู้ป่วย Stroke ในโรงพยาบาล

การพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟูในโรงพยาบาลเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องการทีมแพทย์และพยาบาลที่มีความชำนาญเฉพาะทาง การดูแลจะเริ่มตั้งแต่ผู้ป่วยมีอาการคงที่และแพทย์อนุญาตให้เริ่มการฟื้นฟู โดยทั่วไปจะเป็นประมาณวันที่ 3 หลังเกิดอาการ โดบเนสจะประเมินสภาพผู้ป่วยอย่างละเอียดเพื่อวางแผนการรักษาและฟื้นฟูที่เหมาะสม

การดูแลในโรงพยาบาลจะมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะการเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อ การเกิดแผลกดทับ หรือปัญหาการกลืน ทีมพยาบาลจะทำการป้องกันแผลกดทับผู้ป่วย Stroke ด้วยการเปลี่ยนท่านอนทุก 2 ชั่วโมง การทำความสะอาดร่างกาย และการใช้อุปกรณ์ช่วยลดแรงกดทับ

โปรแกรมฟื้นฟูในโรงพยาบาลจะครอบคลุมทั้งกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด และการฟื้นฟูการพูด ทีมจะให้ความสำคัญกับการดูแลการกลืนอาหารผู้ป่วย Stroke เป็นพิเศษ เพราะเป็นปัญหาที่พบบ่อยและอาจเป็นอันตรายได้ การฟื้นฟูจะทำเป็นทีมและมีการประสานงานระหว่างแพทย์หลายสาขา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่ครอบคลุมทุกด้านอย่างมีประสิทธิภาพ

การดูแลการกลืนอาหารผู้ป่วย Stroke

การดูแลการกลืนอาหารผู้ป่วย Stroke ต้องทำอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากผู้ป่วยหลายคนมีปัญหาการกลืนที่อาจทำให้เกิดการสำลักหรืออาหารเข้าปอดได้ โดยจะเริ่มจากการประเมินความสามารถในการกลืนด้วยการทดสอบง่าย ๆ ก่อน เช่น การสั่งให้ไอ การกลืนน้ำลาย และการทดลองให้ดื่มน้ำเปล่าในปริมาณเล็กน้อย

การปรับปรุงเนื้อสัมผัสอาหารเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันการสำลัก ซึ่งจะใช้มาตรฐาน IDDSI ในการกำหนดความหนืดของอาหารและเครื่องดื่มที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน โดยเริ่มจากของเหลวข้นๆ ไปจนถึงอาหารบดละเอียด ขั้นตอนนี้จะช่วยให้การกลืนปลอดภัยขึ้นและลดความเสี่ยงในการเกิดปอดบวมจากการสำลัก

การฝึกกลืนและการปรับท่าทางขณะรับประทานอาหารก็มีความสำคัญไม่น้อย ซึ่งเราจะสอนเทคนิคการกลืนที่ถูกต้อง เช่น การก้มคางลงเล็กน้อยขณะกลืน การออกแรงกลืนให้ชัดเจน และการนั่งตัวตรงขณะรับประทานอาหาร การดูแลนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารได้อย่างปลอดภัยและเป็นส่วนสำคัญของการพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพ

การป้องกันแผลกดทับผู้ป่วย Stroke

การป้องกันแผลกดทับผู้ป่วย Stroke เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผู้ป่วยที่เคลื่อนไหวได้น้อยหรือนอนติดเตียงนาน จะมีความเสี่ยงสูงในการเกิดแผลกดทับ โดยเฉพาะบริเวณที่มีกระดูกเด่น เช่น ก้นกบ กระดูกไหปลาร้า ข้อศอก และส้นเท้า การเปลี่ยนท่าทางเป็นประจำจึงเป็นสิ่งจำเป็น

โดยจะต้องเปลี่ยนท่านอนของผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง โดยสลับระหว่างการนอนหงาย นอนตะแคง และการนั่ง หากผู้ป่วยสามารถทำได้ นอกจากนี้ยังมีการใช้อุปกรณ์ช่วยลดแรงกดทับ เช่น หมอนรองกันแผลกดทับ เบาะลม หรือฟองน้ำพิเศษ พร้อมทั้งเช็ดทำความสะอาดผิวหนังให้แห้งสะอาดเสมอ

การตรวจสอบผิวหนังเป็นประจำและการบันทึกสภาพผิวหนังก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยจะต้องสังเกตสีผิวที่เปลี่ยนไป การบวม หรือความร้อนผิดปกติในบริเวณที่มีความเสี่ยง การดูแลเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของการพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟูที่จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจทำให้การฟื้นฟูล่าช้าได้

การพยาบาลหลังออกจากโรงพยาบาล

การพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟูหลังออกจากโรงพยาบาลเป็นช่วงเวลาที่ต้องการความใส่ใจและความต่อเนื่องเป็นพิเศษ ผู้ดูแลจะต้องปรับตัวจากการพึ่งพาทีมแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง มาเป็นการดูแลที่บ้านด้วยตนเอง ขั้นตอนแรกที่ต้องเตรียมคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในบ้าน เช่น การติดราวจับในห้องน้ำ การปรับความสูงเตียง และการจัดแสงสว่างให้เพียงพอ

การดูแลต่อเนื่องที่บ้านต้องคำนึงถึงการฟื้นฟูทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ผู้ดูแลจะต้องสังเกตอาการผิดปกติและรู้ว่าเมื่อใดควรรีบพาไปพบแพทย์ เช่น เมื่อมีอาการหน้าเบี้ยวเพิ่มขึ้น แขนขาอ่อนแรงมากขึ้น หรือพูดไม่ชัดเจน การติดตามนัดหมายแพทย์อย่างสม่ำเสมอก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อประเมินความก้าวหน้าและปรับแผนการรักษา

ความสำคัญของการฝึกฟื้นฟูที่บ้านไม่สามารถมองข้ามได้ แม้ว่าจะไม่มีอุปกรณ์ทันสมัยเหมือนในโรงพยาบาล แต่การทำกิจกรรมง่าย ๆ อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้การฟื้นฟูดีขึ้น เช่น การฝึกเดินในบ้าน การฝึกใช้มือหยิบจับสิ่งของ และการฝึกสมดุล แนะนำให้มีคนดูแลหลักอย่างน้อย 1 คน และควรเรียนรู้เทคนิคการดูแลพื้นฐานก่อนที่ผู้ป่วยจะออกจากโรงพยาบาล

สรุป

การพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟูเป็นกระบวนการที่ต้องการความเชี่ยวชาญและการดูแลที่ครอบคลุมทุกด้าน ตั้งแต่การป้องกันภาวะแทรกซ้อน การฟื้นฟูสมรรถภาพทางกาย ไปจนถึงการพัฒนาทักษะการใช้ชีวิตประจำวัน ความสำเร็จของการฟื้นฟูขึ้นอยู่กับการได้รับการดูแลที่เหมาะสมและต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรกที่เป็นช่วงทองคำของการฟื้นตัว

WALK WELL พร้อมให้บริการการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแบบครอบคลุม ด้วยทีมอายุรแพทย์ระบบประสาทและแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่มีประสบการณ์ โปรแกรมกายภาพบำบัดที่ปรับได้ตามแต่ละบุคคล และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง หากคุณหรือคนใกล้ตัวต้องการความช่วยเหลือในการฟื้นฟูหลัง Stroke ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟู

ผู้ป่วย Stroke ที่กลืนลำบาก ควรให้อาหารแบบไหน

การดูแลการกลืนอาหารผู้ป่วย Stroke ต้องปรับเนื้ออาหารให้เหมาะกับระดับการกลืน เริ่มจากอาหารเหลว อาหารบด หรืออาหารนิ่มที่สามารถกลืนได้ง่าย หลีกเลี่ยงอาหารแข็ง อาหารที่มีเศษเล็กเศษน้อย และน้ำใส ให้อาหารทีละช้อนเล็ก ๆ ช้า ๆ พร้อมสังเกตอาการขณะรับประทาน

ผู้ป่วย Stroke ที่เริ่มมีภาวะซึมเศร้า ท้อแท้ ควรช่วยเหลืออย่างไร

ให้การสนับสนุนทางจิตใจด้วยการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เข้าใจ รับฟังอย่างตั้งใจ ให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ สร้างกิจกรรมที่ทำได้ตามความสามารถเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ และหากอาการรุนแรงควรปรึกษานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์เพื่อรับการรักษาเฉพาะทาง

การป้องกันแผลกดทับในผู้ป่วย Stroke ทำอย่างไร

การป้องกันแผลกดทับผู้ป่วย Stroke ต้องเปลี่ยนท่านอนทุก 2 ชั่วโมง ใช้หมอนรองจุดที่รับน้ำหนัก เช่น ข้อศอก ข้อเท้า กระดูกก้นกบ ดูแลความสะอาดและความชื้นของผิวหนัง ตรวจสอบผิวหนังประจำวัน และใช้เครื่องนอนที่นิ่มและระบายอากาศได้ดี

จัดการเรื่องการขับถ่ายของผู้ป่วย Stroke อย่างไรดี

วางตารางการใช้ห้องน้ำ หรือเปลี่ยนผ้าอ้อมอย่างสม่ำเสมอทุก 2-3 ชั่วโมง ดูแลความสะอาดของอวัยวะเพศทันทีหลังขับถ่าย ใช้ครีมกันผื่นเพื่อปกป้องผิวหนัง และให้น้ำเพียงพอเพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การดูแลด้านนี้เป็นส่วนสำคัญของการพยาบาลผู้ป่วย Stroke ระยะฟื้นฟู

ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองหายได้หรือไม่

ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองสามารถฟื้นฟูได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรก การฟื้นตัวขึ้นกับความรุนแรงของโรค ตำแหน่งที่เสียหาย และการได้รับการรักษาต่อเนื่อง การทำกายภาพบำบัด การบำบัดทางการพูด และการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ดีขึ้น

บทความนี้ถูกตรวจทานโดย

หมอขวัญ นพ.ขวัญ ศรีศิลป

ว.51094
MD., Physical Medicine & Rehabilitation (PM&R / Physiatrist)