ภาวะกลืนลำบากเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยหลายกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบประสาท อาการกลืนอาหารไม่ลงหรือรู้สึกว่าอาหารติดคอนั้น ไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่ควรมองข้าม เพราะอาจส่งผลต่อการรับประทานอาหาร การดื่มน้ำ และคุณภาพชีวิตโดยรวม ในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะกลืนลำบากหรือ Dysphagia อย่างละเอียด ตั้งแต่สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการกลืนยากหรือกลืนไม่ลง รวมไปถึงสัญญาณเตือนที่ควรสังเกต แนวทางการวินิจฉัยที่แพทย์ใช้ในการประเมินอาการ วิธีการรักษาและการฟื้นฟูที่หลากหลาย และความสำคัญของการดูแลภาวะกลืนลำบากในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านมีความรู้และเข้าใจในการจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างเหมาะสม
ภาวะกลืนลำบาก คืออะไร

ภาวะกลืนลำบากหรือที่แพทย์เรียกว่า Dysphagia คือความผิดปกติของการกลืนอาหารหรือน้ำ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการกลืนอาหารไม่ลง โดยอาหารจะเคลื่อนที่ไปยังกระเพาะอาหารได้ยากหรือช้ากว่าปกติ อาการนี้เกิดจากปัญหาของกล้ามเนื้อหรือระบบประสาทที่ควบคุมการกลืน
การกลืนปกติเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน แบ่งออกเป็น 3 ระยะสำคัญ ได้แก่ การเคี้ยวและคลุกเคล้าในช่องปาก การดันอาหารผ่านคอหอย และการเคลื่อนย้ายลงหลอดอาหารสู่กระเพาะ เมื่อระยะใดระยะหนึ่งเกิดปัญหา ผู้ป่วยจะรู้สึกกลืนอาหารเหมือนติดคอหรือกลืนยากมากผิดปกติ
ส่วนใหญ่พบว่าผู้ป่วยที่มีภาวะกลืนลำบากมักเริ่มจากอาหารแข็งก่อน เช่น กลืนข้าวไม่ลง หรือเจ็บโคนลิ้น กลืนลำบาก และค่อย ๆ เป็นกับของเหลวในภายหลัง การสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันการสำลักอาหารลงปอดที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ความแตกต่างระหว่างกลืนลำบากกับอาการอื่น
ภาวะกลืนลำบากมีความแตกต่างชัดเจนจากอาการอื่น ๆ ที่มักเกิดความสับสน ภาวะกลืนลำบากจะมีอาการกลืนอาหารเหมือนติดคออย่างต่อเนื่อง ขณะที่อาการเจ็บคอธรรมดาจะไม่มีปัญหาในการเคลื่อนย้ายอาหาร และอาการกลืนน้ำลายไม่ลงหรือกลืนยาก จะเกิดขึ้นแม้กับของเหลว
แนะนำให้สังเกตว่าอาการไอหรือเจ็บคอทั่วไปจะดีขึ้นได้เอง แต่อาการกลืนอาหารไม่ลงจะคงอยู่หรือแย่ลงเรื่อย ๆ หากผู้ป่วยมีอาการกลืนข้าวไม่ลงติดต่อกันหลายวันโดยไม่มีไข้หรือเจ็บคอ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ภาวะกลืนลำบาก เกิดจากอะไร

ภาวะกลืนลำบากเกิดจากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุหลักที่พบบ่อยที่สุดคือโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อรอบปาก ลิ้น และคอหอยอ่อนแรงหรือทำงานไม่ประสานกัน ผู้ป่วยจะมีอาการกลืนอาหารไม่ลง เพราะไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของลิ้นและคอหอยได้อย่างปกติ
สาเหตุที่ทำให้เกิดกลืนลำบากแบ่งออกได้เป็นกลุ่มหลัก ดังต่อไปนี้
- โรคทางระบบประสาท เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคพาร์กินสัน โรค Alzheimer
- ปัญหาโครงสร้างในช่องปากและคอ เช่น ก้อนเนื้องอก การอักเสบ หรือรอยแผลเป็น
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงจากภาวะสูงอายุ การขาดสารอาหาร หรือโรคกล้ามเนื้อ
- ผลข้างเคียงจากยาบางชนิดที่ทำให้ปากแห้งหรือกล้ามเนื้อไม่ทำงานดี
หากพบว่าผู้ป่วยที่มีกลืนอาหารเหมือนติดคอหรือกลืนยาก มากกว่า 2 สัปดาห์ ควรรีบตรวจหาสาเหตุ เพราะการรักษาที่เริ่มต้นเร็วจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มโอกาสฟื้นตัวได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สาเหตุจากปัญหาในระบบประสาท
ปัญหาในระบบประสาทเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะกลืนลำบาก โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมองที่มีผลกระทบต่อส่วนควบคุมการกลืน เมื่อสมองส่วนที่ควบคุมกล้ามเนื้อปาก ลิ้น และคอหอยเสียหาย ผู้ป่วยจะมีกลืนลำบากและอาการกลืนอาหารไม่ลงอย่างชัดเจน
โรคทางระบบประสาทที่มักพบในผู้ที่มีกลืนอาหารเหมือนติดคอประกอบด้วยโรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และการบาดเจ็บที่ศีรษะ เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลให้ผู้ป่วยกลืนยากหรือกลืนไม่ลง เนื่องจากการประสานงานของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการกลืนผิดปกติไป
สาเหตุจากความผิดปกติของหลอดอาหาร
หลอดอาหารที่มีปัญหาเป็นอีกสาเหตุสำคัญของภาวะกลืนลำบาก โดยเฉพาะเมื่อมีการอักเสบ แผลเป็น หรือการตีบตัน ผู้ป่วยจะรู้สึกกลืนอาหารเหมือนติดคอหรือกลืนยากเป็นพิเศษกับอาหารที่แข็งหรือก้อนใหญ่ เนื่องจากหลอดอาหารไม่สามารถขยายตัวหรือบีบตัวได้ตามปกติ
ผู้ป่วยที่มีภาวะกลืนลำบากจากปัญหาหลอดอาหารมักมีอาการกลืนอาหารไม่ลงที่แย่ลงเมื่อกินอาหารแข็งก่อน การกลืนข้าวไม่ลงเป็นหนึ่งในอาการเตือนที่พบบ่อย การรักษาต้องแก้ไขปัญหาที่รากเหง้าของหลอดอาหารเพื่อให้การกลืนกลับมาเป็นปกติ
สาเหตุจากกล้ามเนื้อและโครงสร้างในช่องปาก
ปัญหากล้ามเนื้อที่อ่อนแรงหรือโครงสร้างในช่องปากที่ผิดปกติสามารถก่อให้เกิดภาวะกลืนลำบากได้อย่างชัดเจน เมื่อลิ้นไม่สามารถขับเคลื่อนอาหารได้ดี หรือมีการอักเสบบริเวณโคนลิ้นและกล่องเสียง ผู้ป่วยจะรู้สึกกลืนอาหารเหมือนติดคอ และเจ็บโคนลิ้น กลืนลําบาก อย่างเห็นได้ชัด
ผู้ป่วยที่มีอาการกลืนลำบากจากสาเหตุนี้มักประสบกับอาการกลืนอาหารไม่ลง โดยเฉพาะอาหารแข็งหรือเหนียว นอกจากนี้ยังอาจมีกลืนน้ำลายไม่ลง เนื่องจากการทำงานของกล้ามเนื้อสำหรับการกลืนไม่เป็นปกติ การรักษาจึงต้องมุ่งเน้นการฟื้นฟูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและปรับโครงสร้างให้เหมาะสม
สัญญาณเตือนภาวะกลืนลำบาก

การสังเกตอาการเตือนของภาวะกลืนลำบากเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การรักษาเริ่มต้นได้เร็วขึ้น หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการกลืนอาหารไม่ลง ติดต่อกันเกิน 3 วัน โดยไม่มีไข้หรือเจ็บคออื่น ๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะอาการนี้อาจแสดงถึงปัญหาที่ร้ายแรงได้
สัญญาณเตือนที่แนะนำให้สังเกตอย่างใกล้ชิด มีดังต่อไปนี้
- กลืนอาหารเหมือนติดคอทุกครั้งที่กิน แม้กับอาหารอ่อนหรือของเหลว
- กลืนข้าวไม่ลง หรือต้องใช้เวลานานกว่าปกติในการกลืน
- กลืนน้ำลายไม่ลง คอแห้ง และมีน้ำลายไหลออกจากมุมปาก
- ไอหรือสำลักบ่อยขณะกินอาหาร โดยเฉพาะของเหลว
- น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจาก กลืนยาก จึงกินได้น้อย
หากพบว่ามีอาการกลืนไม่ลงร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น ใบหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว หรือพูดไม่ชัด ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมองที่ต้องการการรักษาด่วน
อาการกลืนอาหารไม่ลง และกลืนอาหารเหมือนติดคอ
อาการกลืนอาหารไม่ลงเป็นสัญญาณเตือนแรกที่สำคัญของภาวะกลืนลำบาก ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าอาหารหรือของเหลวไม่สามารถลงไปได้ตามปกติ แม้จะพยายามกลืนหลายครั้ง อาการนี้มักเกิดขึ้นควบคู่กับความรู้สึกกลืนอาหารเหมือนติดคอ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอึดอัดและไม่สบายใจอย่างมาก
พบว่าผู้ป่วยที่มีกลืนลำบากมักจะหลีกเลี่ยงการกินอาหารแข็งก่อน จากนั้นจึงเริ่มมีปัญหากับของเหลวใสและน้ำ อาการนี้อาจทำให้เกิดการขาดน้ำและขาดสารอาหารได้หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม การสังเกตอาการตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น
อาการกลืนน้ำลายไม่ลง คอแห้ง
กลืนน้ำลายไม่ลง คอแห้ง เป็นอาการที่บ่งบอกถึงภาวะกลืนลำบากในระดับที่ร้ายแรงขึ้น เนื่องจากน้ำลายเป็นของเหลวที่บางและไหลเร็วที่สุด หากผู้ป่วยมีกลืนลำบากจนถึงขั้นกลืนน้ำลายไม่ลง แสดงว่าปัญหาได้ลุกลามไปถึงการควบคุมกล้ามเนื้อคอหอยและการประสานงานระหว่างอวัยวะต่าง ๆ
ผู้ป่วยที่มีอาการนี้มักประสบกับคอแห้งอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากน้ำลายไม่สามารถลงไปชุ่มชื้นคอได้ตามปกติ ส่งผลให้เกิดความรู้สึกอึดอัดและอาจมีเสียงเปลี่ยนแปลงไป อาการนี้ต้องการการดูแลจากทีมแพทย์อย่างเร่งด่วน เพราะมีความเสี่ยงต่อการขาดน้ำและปัญหาการหายใจ
อาการเจ็บโคนลิ้น กลืนลำบาก
เจ็บโคนลิ้น กลืนลําบาก เป็นอาการที่บ่งชี้ถึงการอักเสบหรือการบาดเจ็บในบริเวณโคนลิ้นและกล่องเสียง ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บแสบบริเวณโคนลิ้นทุกครั้งที่พยายามกลืนยากหรือขยับลิ้น อาการนี้มักส่งผลให้เกิด ภาวะกลืนลำบาก เนื่องจากการเคลื่อนไหวของลิ้นไม่เป็นปกติ
พบว่าผู้ป่วยที่มีภาวะกลืนลำบากร่วมกับอาการเจ็บโคนลิ้นมักมีปัญหาการพูดเปลี่ยนไปด้วย เสียงอาจจะแหบหรือออกเสียงไม่ชัด การรักษาต้องเน้นไปที่การลดการอักเสบและฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อลิ้นให้กลับมาเป็นปกติ เพื่อให้สามารถกลืนและพูดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางการวินิจฉัย Dysphagia

การวินิจฉัยภาวะกลืนลำบาก หรือ Dysphagia คือกระบวนการที่ต้องอาศัยการตรวจประเมินหลายขั้นตอน เริ่มจากการสังเกตอาการเบื้องต้นและประวัติการเป็นโรค แพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับอาการกลืนอาหารไม่ลงรวมถึงความถี่และความรุนแรงของอาการ เพื่อประเมินระดับของกลืนลำบากที่ผู้ป่วยมี
ขั้นตอนการวินิจฉัยที่ทีมแพทย์ใช้ในการประเมินมี ดังต่อไปนี้
- การตรวจคลินิก โดยสังเกตการเคลื่อนไหวของลิ้น ปาก และขากรรไกร
- การทดสอบการกลืนด้วยน้ำในปริมาณต่าง ๆ ภายใต้การดูแลที่ปลอดภัย
- การตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษ เช่น FEES หรือ VFSS เพื่อดูการทำงานของการกลืนอย่างละเอียด
- การประเมินระดับออกซิเจนในเลือดขณะกลืน เพื่อตรวจสอบการสำลัก
การวินิจฉัยที่แม่นยำจะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการปรับความหนืดของอาหารและการฝึกฟื้นฟูที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย ระยะเวลาในการทำการตรวจประเมินทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของอาการ
วิธีการรักษาและฟื้นฟูภาวะกลืนลำบาก

การรักษาภาวะกลืนลำบากจำเป็นต้องใช้แนวทางที่หลากหลายและเหมาะสมกับสาเหตุของแต่ละผู้ป่วย โดยจะเริ่มจากการประเมินระดับความรุนแรงของภาวะกลืนลำบากก่อนวางแผนการรักษาที่เหมาะสม การรักษาจะเน้นไปที่การป้องกันภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลืนอาหารได้อย่างปลอดภัย
แนวทางการรักษาหลักที่ทีมแพทย์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยมี ดังต่อไปนี้
- การปรับความหนืดของอาหารและเครื่องดื่มตามมาตรฐาน IDDSI เพื่อให้กลืนได้ง่ายและปลอดภัยขึ้น
- การฝึกกิจกรรมบำบัดสำหรับการฝึกกลืน โดยนักกิจกรรมบำบัดจะสอนเทคนิคการกลืนที่ถูกต้อง
- การฝึกกล้ามเนื้อรอบปาก ลิ้น และคอหอยด้วยแบบฝึกหัดเฉพาะทาง
- การใช้เทคนิคการกระตุ้นด้วยไฟฟ้าหรือแม่เหล็กในบางรายที่เหมาะสม
ระยะเวลาในการฟื้นฟูขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ โดยเฉลี่ยแล้วผู้ป่วยจะเห็นการปรับปรุงอย่างชัดเจนภายใน 4-6 สัปดาห์ หากได้รับการรักษาที่เหมาะสมและต่อเนื่อง การทำงานร่วมกันระหว่างทีมแพทย์ นักกิจกรรมบำบัด และผู้ดูแลเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูที่ประสบความสำเร็จ
ภาวะกลืนลำบาก ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
ภาวะกลืนลำบากเป็นอาการแทรกซ้อนที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความเสียหายในบริเวณสมองที่ควบคุมการทำงานของลิ้น ปาก และคอหอย เมื่อเส้นเลือดสมองบริเวณ Middle Cerebral Artery เสียหาย จะทำให้ผู้ป่วยมีกลืนลำบากและอาการกลืนอาหารไม่ลงอย่างเด่นชัด
สาเหตุหลักที่ผู้ป่วย Stroke มีอาการกลืนยาก เกิดจากกล้ามเนื้อรอบปากและคอหอยอ่อนแรงข้างเดียว ทำให้การประสานงานในการกลืนผิดปกติ ผู้ป่วยจะรู้สึกว่ากลืนอาหารเหมือนติดคอ และมีความเสี่ยงต่อการสำลักอาหารลงทางเดินหายใจ มีการพบว่าประมาณ 45-65% ของผู้ป่วย Stroke จะมีปัญหาการกลืนในระยะเฉียบพลัน
การฟื้นฟูการกลืนในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองต้องเริ่มตั้งแต่เร็วที่สุด โดยทีมสหสาขาวิชาชีพจะประเมินความปลอดภัยในการกลืนและปรับเนื้ออาหารให้เหมาะสม การฝึกกิจกรรมบำบัดร่วมกับการฝึกกล้ามเนื้อเฉพาะทางจะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมากลืนได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สรุป
ภาวะกลืนลำบากเป็นปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการดูแลอย่างรวดเร็วและเหมาะสม หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการกลืนอาหารไม่ลงหรือกลืนอาหารเหมือนติดคอ อย่าล่าช้าในการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ การรักษาที่เริ่มต้นเร็วจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มโอกาสฟื้นตัวได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง WALK WELL มีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการและนักกิจกรรมบำบัดที่พร้อมให้การดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่การประเมินอาการ การวินิจฉัย ไปจนถึงโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคลสำหรับผู้ป่วยกลืนลำบากด้วยเทคโนโลยีและวิธีการรักษาที่ทันสมัย เพื่อให้คุณกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายปรึกษา สามารถติดต่อเราได้ทันที
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะกลืนลำบาก
กลืนอาหารเหมือนติดคอเกิดจากอะไร
การกลืนอาหารเหมือนติดคออาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การอักเสบของหลอดอาหาร กล้ามเนื้อหลอดอาหารทำงานผิดปกติ หรือมีสิ่งกีดขวางในทางเดินอาหาร อีกทั้งโรคทางระบบประสาทที่ส่งผลต่อการควบคุมกล้ามเนื้อการกลืนก็สามารถทำให้เกิดอาการนี้ได้เช่นกัน
การกลืนอาหารเหมือนติดคออาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การอักเสบของหลอดอาหาร กล้ามเนื้อหลอดอาหารทำงานผิดปกติ หรือมีสิ่งกีดขวางในทางเดินอาหาร อีกทั้งโรคทางระบบประสาทที่ส่งผลต่อการควบคุมกล้ามเนื้อการกลืนก็สามารถทำให้เกิดอาการนี้ได้เช่นกัน
กลืนอาหารไม่ลง กลืนข้าวไม่ลง ต้องรีบไปพบแพทย์ไหม
หากมีอาการกลืนอาหารไม่ลงหรือกลืนข้าวไม่ลงเป็นประจำ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ โดยเฉพาะถ้าร่วมกับน้ำหนักลด เสียงแหบ หรือมีอาหารย้อนขึ้นมา การได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
หากมีอาการกลืนอาหารไม่ลงหรือกลืนข้าวไม่ลงเป็นประจำ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ โดยเฉพาะถ้าร่วมกับน้ำหนักลด เสียงแหบ หรือมีอาหารย้อนขึ้นมา การได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
กลืนอาหารเหมือนติดคอ แต่ดื่มน้ำได้ ยังน่ากังวลอยู่ไหม
แม้จะกลืนยากเฉพาะอาหารแข็งแต่ดื่มน้ำได้ก็ยังควรให้ความสนใจ เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของปัญหาหลอดอาหารหรือการทำงานของกล้ามเนื้อ การสังเกตอาการและปรึกษาแพทย์จะช่วยให้ได้รับการดูแลที่เหมาะสมก่อนที่อาการจะแย่ลง
แม้จะกลืนยากเฉพาะอาหารแข็งแต่ดื่มน้ำได้ก็ยังควรให้ความสนใจ เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของปัญหาหลอดอาหารหรือการทำงานของกล้ามเนื้อ การสังเกตอาการและปรึกษาแพทย์จะช่วยให้ได้รับการดูแลที่เหมาะสมก่อนที่อาการจะแย่ลง
กลืนลำบากเกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ได้อย่างไร
โรคหลอดเลือดสมองสามารถทำให้เกิดภาวะกลืนลำบากได้ เนื่องจากส่งผลต่อการควบคุมกล้ามเนื้อลิ้น ลำคอ และหลอดอาหาร ผู้ป่วยจึงอาจมีอาการกลืนไม่ลงหรือสำลักได้ง่าย ที่ WALK WELL เรามีโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะสำหรับผู้ป่วยหลอดเลือดสมองที่ประสบปัญหานี้
โรคหลอดเลือดสมองสามารถทำให้เกิดภาวะกลืนลำบากได้ เนื่องจากส่งผลต่อการควบคุมกล้ามเนื้อลิ้น ลำคอ และหลอดอาหาร ผู้ป่วยจึงอาจมีอาการกลืนไม่ลงหรือสำลักได้ง่าย ที่ WALK WELL เรามีโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะสำหรับผู้ป่วยหลอดเลือดสมองที่ประสบปัญหานี้
กลืนลำบากทำให้เสี่ยงสำลักอาหารลงปอดไหม
มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะความผิดปกติในการกลืนทำให้อาหารหรือน้ำหลุดเข้าไปในหลอดลมแทนที่จะลงสู่กระเพาะอาหาร ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia) ที่เป็นอันตรายและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะความผิดปกติในการกลืนทำให้อาหารหรือน้ำหลุดเข้าไปในหลอดลมแทนที่จะลงสู่กระเพาะอาหาร ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia) ที่เป็นอันตรายและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้