ความดันสูงเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในคนไทยและทั่วโลก โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ซึ่งหลายคนอาจไม่รู้ตัวว่าป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงจนกระทั่งเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น หลอดเลือดสมองแตก หรือโรคหัวใจ การเข้าใจถึงความดันสูงเกิดจากสาเหตุใด อาการที่ควรสังเกต และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถป้องกันและดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม ในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับภาวะ Hypertension คืออะไร พร้อมเจาะลึกถึงอาการของโรคความดันโลหิตสูง ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดความผิดปกตินี้ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังจะครอบคลุมถึงแนวทางการรักษาและการจัดการที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้อ่านได้มีข้อมูลครบถ้วนในการดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัว
ภาวะความดันโลหิตสูงคืออะไร
ความดันโลหิตสูง หรือ Hypertension คือภาวะที่เลือดไหลเวียนไปตามหลอดเลือดด้วยแรงดันที่สูงเกินปกติ เมื่อหัวใจสูบฉีดเลือดออกไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เลือดจะกดผนังหลอดเลือดแดงด้วยความแรงที่วัดเป็นตัวเลข เช่น 120/80 mmHg ถ้าค่าความดันสูงกว่า 140/90 mmHg อย่างต่อเนื่องก็ถือว่าเป็นความดันสูงแล้ว
เรามักเรียกความดันโลหิตสูงว่า “เพชฌฆาตเงียบ” เพราะในระยะแรกมักไม่มีอาการชัดเจน แต่สามารถสร้างความเสียหายให้กับหัวใจ สมอง และไต ได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป การที่หลอดเลือดต้องรับแรงกดดันสูง ๆ เป็นเวลานาน จะทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งตัว หนาขึ้น และอาจแตกหรือตีบได้ในที่สุด นี่คือเหตุผลที่ผู้ป่วยความดันสูงมีความเสี่ยงสูงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และไตวาย
ความดันสูงเกิดจากหลายปัจจัยที่ส่วนใหญ่สามารถควบคุมได้ เช่น การกินอาหารเค็ม การไม่ออกกำลังกาย น้ำหนักเกิน ความเครียด และการสูบบุหรี่ บางคนอาจมีพันธุกรรมหรือมีโรคประจำตัวอื่น ๆ ที่ทำให้เสี่ยงต่อความดันสูงได้ง่ายกว่า แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลตนเองอย่างเหมาะสมสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ค่าความดันโลหิตปกติและผิดปกติ
การแยกแยะระดับความดันโลหิตจะช่วยให้เราเข้าใจลักษณะของความดันสูงได้ดีขึ้น ค่าความดันปกติที่เหมาะสมคือ 120/80 mmHg ลงมา ส่วนค่าที่เริ่มเข้าขั้นกังวลคือ 130-139/80-89 mmHg ซึ่งเรียกว่าระยะก่อนความดันโลหิตสูง ส่วนค่า 140/90 mmHg ขึ้นไปถือเป็นระดับที่เราต้องให้ความสำคัญแล้ว
แนะนำให้วัดความดันอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำ เพราะความดันนั้นเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามกิจกรรมและอารมณ์ การวัดหลายครั้งจะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม หากค่าความดันของคุณอยู่ในระดับผิดปกติ ไม่ควรปล่อยไว้เพราะอาจส่งผลเสียต่อหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว
ประเภทของโรคความดันโลหิตสูง
ความดันโลหิตสูงแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักคือ ความดันสูงปฐมภูมิและทุติยภูมิ ความดันสูงปฐมภูมิพบได้มากถึง 90-95% ของผู้ป่วยทั่วไป เกิดจากปัจจัยหลายอย่างรวมกัน เช่น พันธุกรรม อายุ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และสภาพแวดล้อม โดยไม่สามารถหาสาเหตุเฉพาะเจาะจงได้ชัดเจน
ความดันสูงทุติยภูมิเป็นผลมาจากโรคหรือภาวะอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุชัดเจน เช่น โรคไต ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ การใช้ยาบางชนิด หรือปัญหาทางพันธุกรรมที่ผิดปกติ ประเภทนี้พบได้เพียง 5-10% ของผู้ป่วยความดันสูงทั้งหมด ซึ่งมักจะตรวจสอบประเภทของความดันสูงเพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับสาเหตุเฉพาะของแต่ละคน
การทราบประเภทของความดันโลหิตสูงจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น หากเป็นประเภททุติยภูมิการรักษาโรคต้นเหตุอาจทำให้ความดันกลับมาปกติได้ ส่วนประเภทปฐมภูมิมักต้องใช้การรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและยาควบคุมความดันระยะยาว
ความแตกต่างระหว่าง Hypertension กับความดันสูงชั่วคราว
Hypertension หรือโรคความดันโลหิตสูงคือภาวะที่ค่าความดันสูงอย่างต่อเนื่อง ส่วนความดันสูงชั่วคราวเป็นการเพิ่มขึ้นเฉพาะช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น ตอนเครียด ตื่นเต้น หรือออกกำลังกาย ความดันชั่วคราวจะกลับมาปกติเองหลังจากสถานการณ์นั้นผ่านไป ไม่เหมือนกับโรค Hypertension ที่ค่าความดันอยู่ในระดับสูงตลอดเวลา
แนะนำให้สังเกตว่าความดันสูงเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหนและนานเท่าไหร่ หากวัดความดันหลายครั้งในช่วงเวลาต่างกันแล้วพบว่าค่าสูงกว่า 140/90 mmHg สม่ำเสมอ แสดงว่าอาจเป็น Hypertension จริง ไม่ใช่ความดันสูงชั่วคราวเท่านั้น การแยกแยะความแตกต่างนี้สำคัญมากเพราะจะส่งผลต่อการวางแผนรักษาและการดูแลสุขภาพระยะยาว

อาการโรคความดันโลหิตสูงเป็นอย่างไร
ความดันสูงมักเรียกกันว่า “เพชฌฆาตเงียบ” เพราะในระยะเริ่มแรกมักไม่มีอาการชัดเจน ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่รู้สึกถึงความผิดปกติจนกว่าจะมีการตรวจสุขภาพหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน อาการที่พบได้บ่อยในระยะต่อมาคือ ปวดหัว เวียนหัว หน้ามืด ใจสั่น และเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะปวดหัวด้านท้ายทอยตอนเช้าหลังตื่นนอน
เมื่อโรคความดันโลหิตสูงรุนแรงขึ้น อาการที่ต้องระวังคือมองเห็นภาพพร่ามัว หายใจไม่อิ่ม ใจสั่นรุนแรง เจ็บหน้าอก และบวมที่ข้อเท้า การที่อาการเหล่านี้ปรากฏ ณ จุดใดจุดหนึ่งแสดงว่าความดันสูงได้ส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่าง ๆ แล้ว อาการเหล่านี้สำคัญมากและต้องรีบพบแพทย์ทันที
เน้นย้ำว่าไม่ควรรอให้มีอาการก่อนจึงตรวจความดัน เพราะความดันโลหิตสูงสามารถทำลายหลอดเลือด หัวใจ และไตได้อย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่มีอาการเตือน การตรวจความดันสม่ำเสมอทุก 1-2 ปี หรือถี่ขึ้นหากมีปัจจัยเสี่ยง จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้
อาการเริ่มแรกที่มักพบ
อาการเริ่มแรกของความดันสูงมักเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้ามไปง่าย ๆ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ อาการที่พบบ่อยที่สุดคือปวดหัวเมื่อย ๆ โดยเฉพาะบริเวณท้ายทอย เวียนหัว หน้ามืดเวลาลุกขึ้นยืนเร็ว ๆ และรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ บางคนอาจมีอาการใจสั่นเล็กน้อย หรือรู้สึกอึดอัดตอนขึ้นบันได
สัญญาณเตือนที่ควรสังเกตในระยะแรกของความดันโลหิตสูง ได้แก่ การนอนไม่หลับง่าย หูอื้อ แสงแดดจ้ามากผิดปกติ และอารมณ์หงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นเป็นช่วง ๆ และระยะเวลาไม่นาน จึงทำให้ผู้ป่วยไม่ให้ความสำคัญ แนะนำให้สังเกตตนเองอย่างใกล้ชิด หากอาการดังกล่าวเกิดขึ้น 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ควรตรวจวัดความดันเพื่อความปลอดภัย
อาการเมื่อความดันสูงรุนแรง
เมื่อความดันสูงถึงขั้นรุนแรง อาการจะชัดเจนและเป็นอันตรายต่อชีวิต ค่าความดันที่สูงเกิน 180/120 mmHg ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบรักษาทันที อาการที่เกิดขึ้นคือ ปวดหัวรุนแรงมาก คลื่นไส้อาเจียน หายใจลำบาก ใจสั่นแรง และมองเห็นภาพพร่ามัว บางคนอาจเจ็บหน้าอกหรือชาแขนขาข้างเดียว
สัญญาณเตือนภัยที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันทีในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงประกอบด้วยอาการที่แสดงถึงความเสียหายของอวัยวะสำคัญ
- ปวดหัวรุนแรงอย่างฉับพลัน เหมือนถูกตีที่ศีรษะ
- พูดลำบาก เดินเซ หรือใบหน้าเบี้ยว
- เจ็บหน้าอกแน่น หายใจไม่อิ่ม
- ตามัวหรือมองไม่เห็นชั่วคราว
อาการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าความดันสูงเริ่มส่งผลกระทบต่อสมอง หัวใจ หรือตาแล้ว การรอช้าอาจทำให้เกิดความพิการถาวรหรือเสียชีวิตได้ หากเกิดอาการดังกล่าว ควรโทรเรียกรถพยาบาลหรือรีบไปโรงพยาบาลโดยไม่ชักช้า
สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์
สัญญาณเตือนของความดันสูงที่ห้ามมองข้ามคือ ปวดหัวรุนแรงกะทันหัน เวียนหัวจนเดินไม่ได้ เจ็บหน้าอกแน่น หายใจลำบาก และมองเห็นภาพพร่าผิดปกติ อาการเหล่านี้บอกว่าความดันสูงเริ่มส่งผลต่ออวัยวะสำคัญแล้ว นอกจากนี้ยังต้องระวังเมื่อมีอาการชาแขนขาข้างเดียว พูดไม่ชัด หรือใบหน้าเบี้ยว
แนะนำให้จดจำว่าหากค่าความดันสูงเกิน 180/120 mmHg พร้อมกับมีอาการใดอาการหนึ่งข้างต้น ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที การชักช้าอาจส่งผลให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจวาย หรือไตวาย ซึ่งทำให้เกิดความพิการถาวรหรืออันตรายถึงชีวิตได้

ปัจจัยเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูง
ปัจจัยเสี่ยงของความดันสูงแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก ปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้คือ อายุที่มากขึ้น เพศชาย ประวัติครอบครัวมีโรคความดันสูง และเชื้อชาติ โดยคนเอเชียมีความเสี่ยงสูงกว่าชาวตะวันตกบางกลุ่ม ส่วนปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงได้ ได้แก่ น้ำหนักเกิน การกินอาหารเค็ม การไม่ออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป และความเครียดเรื้อรัง
กลุ่มปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมที่ทำให้ความดันโลหิตสูงเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น ประกอบด้วยโรคประจำตัวต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคไต และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ นอกจากนี้การใช้ยาบางประเภทเป็นเวลานาน เช่น ยาแก้ปวด ยาคุมกำเนิด และยาลดน้ำหนัก ก็สามารถทำให้ความดันสูงได้
แม้มีปัจจัยเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่การควบคุมปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างสม่ำเสมอ สามารถลดโอกาสเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ลดการกินเค็ม และออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้
ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อความดันสูง ได้แก่ อายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะหลังอายุ 45 ปีในผู้ชาย และหลัง 55 ปีในผู้หญิง เพศชายมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้หญิงในวัยหนุ่ม แต่หลังหมดประจำเดือนความเสี่ยงจะเท่ากัน ประวัติครอบครัวมีโรคความดันสูงก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกหลานมีโอกาสป่วยเป็นความดันโลหิตสูงมากขึ้น
ปัจจัยทางพันธุกรรมและเชื้อชาติที่สำคัญคือ คนเอเชีย โดยเฉพาะคนไทยมีความเสี่ยงต่อความดันสูงสูงกว่าคนผิวขาว นอกจากนี้ผู้ที่เคยมีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือโรคหัวใจ จะมีโอกาสเกิดความดันสูงซ้ำได้ง่าย แม้เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงปัจจัยเหล่านี้ได้ แต่การรู้ตัวจะช่วยให้เราเฝ้าระวังและควบคุมปัจจัยอื่น ๆ ได้อย่างเหมาะสม
ปัจจัยที่ควบคุมได้
ปัจจัยที่สามารถควบคุมได้เพื่อป้องกันความดันสูงมีหลายประการ โดยสิ่งสำคัญที่สุดคืออาหารการกิน โดยเฉพาะการลดเค็มและโซเดียมให้น้อยกว่า 2,300 มก. ต่อวัน การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และการออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที นอกจากนี้การเลิกสูบบุหรี่ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ และจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม ล้วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความดันโลหิตสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ ที่ควบคุมได้ ได้แก่ การนอนหลับไม่เพียงพอ การกินอาหารแปรรูปมาก การขาดกิจกรรม และการไม่ตรวจสุขภาพประจำปี แนะนำให้เริ่มปรับเปลี่ยนทีละขั้นตอน เพราะการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมพร้อมกันหลายอย่างอาจทำได้ยาก แต่ถ้าค่อยเป็นค่อยไปจะสร้างนิสัยใหม่ที่ยั่งยืนและช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้ดีในระยะยาว
ภาวะแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูง
ความดันสูงที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมจะส่งผลเสียต่ออวัยวะสำคัญหลายระบบ โดยเฉพาะหัวใจที่ต้องทำงานหนักมากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาขึ้นและอ่อนแรงลง จนอาจนำไปสู่อาการหัวใจล้มเหลว หรือหัวใจวาย นอกจากนี้หลอดเลือดที่รับแรงดันสูงอย่างต่อเนื่องจะแข็งตัวและตีบตัน เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง ทั้งแบบตีบและแบบแตก
ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่พบบ่อยจากความดันโลหิตสูงคือ การทำลายไตอย่างช้า ๆ เพราะไตต้องกรองเลือดที่มีแรงดันสูงตลอดเวลา ทำให้หลอดเลือดฝอยในไตเสียหายและทำงานได้น้อยลง จนอาจต้องฟอกไต นอกจากนี้ตายังได้รับผลกระทบ เพราะหลอดเลือดในจอตาอาจแตกหรือบวม ทำให้มองเห็นภาพพร่ามัวหรือบอดได้
ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้สามารถป้องกันได้หากควบคุมความดันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติสม่ำเสมอ การตรวจสุขภาพประจำปีจึงสำคัญมาก เพราะจะช่วยตรวจพบปัญหาก่อนที่จะร้ายแรง โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีความดันสูงมานานกว่า 5 ปี จะมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น
การรักษาโรคความดันโลหิตสูง
การรักษาความดันสูงเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นอันดับแรก โดยการลดเค็มในอาหาร ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนัก เลิกสูบบุหรี่ และลดความเครียด หากวิธีการเหล่านี้ยังไม่สามารถควบคุมความดันได้ในระดับที่เหมาะสม แพทย์จะพิจารณาให้ยาลดความดันเพิ่มเติม การรักษาต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
แนวทางการรักษาที่แนะนำจะเน้นการติดตามผลอย่างใกล้ชิด โดยวัดความดันที่บ้านเป็นประจำและบันทึกผลเพื่อนำไปปรึกษาแพทย์ เป้าหมายของการรักษาความดันโลหิตสูงคือให้ค่าความดันอยู่ภายใต้ 140/90 mmHg สำหรับคนทั่วไป และต่ำกว่า 130/80 mmHg สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด การปฏิบัติตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัดจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยต้องเข้าใจคือการรักษาความดันสูงไม่สามารถหยุดได้เมื่อค่าความดันกลับมาปกติ เพราะโรคนี้ต้องควบคุมตลอดชีวิต การหยุดยาหรือละเลยการดูแลตนเองจะทำให้ความดันกลับมาสูงอีกครั้ง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้
สรุป
ความดันสูงเป็นโรคเงียบที่อันตรายแต่สามารถป้องกันและควบคุมได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการรักษาที่เหมาะสม การตรวจสุขภาพสม่ำเสมอและการดูแลตนเองอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากคุณหรือคนในครอบครัวมีความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง หรือต้องการฟื้นฟูหลังจากภาวะแทรกซ้อนจากโรคนี้ WALK WELL พร้อมให้การดูแลด้วยทีมอายุรแพทย์ระบบประสาทและแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ที่มีความชำนาญการในการวางแผนการรักษาและโปรแกรมกายภาพบำบัดเฉพาะบุคคล พร้อมติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีและลดความเสี่ยงในอนาคต
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความดันสูง
ความดันสูงแบบไหนควรพบแพทย์
หากค่าความดันโลหิตสูงเกิน 140/90 mmHg หรือมีอาการปวดหัวรุนแรง มือเท้าบวม เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก ควรพบแพทย์ทันที เพื่อประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม การตรวจสุขภาพประจำปีจะช่วยเฝ้าระวังโรคความดันโลหิตสูง อาการ สาเหตุ การป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากค่าความดันโลหิตสูงเกิน 140/90 mmHg หรือมีอาการปวดหัวรุนแรง มือเท้าบวม เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก ควรพบแพทย์ทันที เพื่อประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม การตรวจสุขภาพประจำปีจะช่วยเฝ้าระวังโรคความดันโลหิตสูง อาการ สาเหตุ การป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สาเหตุที่ทำให้ความดันโลหิตสูง
ความดันสูงเกิดจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม การรับประทานอาหารเค็ม น้ำหนักเกินมาตรฐาน ขาดการออกกำลังกาย ความเครียด การดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ โรคความดันโลหิตสูงสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมาะสม จึงสามารถควบคุมได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ความดันสูงเกิดจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม การรับประทานอาหารเค็ม น้ำหนักเกินมาตรฐาน ขาดการออกกำลังกาย ความเครียด การดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ โรคความดันโลหิตสูงสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมาะสม จึงสามารถควบคุมได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
วิธีวัดความดันโลหิตที่บ้าน
ใช้เครื่องวัดความดันดิจิตอล นั่งให้ผ่อนคลาย 5 นาที คาดข้อแขนไว้ในระดับเดียวกับหัวใจ วัดเวลาเดียวกันทุกวัน บันทึกผล การวัดความดันโลหิตสูงที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้แพทย์ประเมินผลการรักษาได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ใช้เครื่องวัดความดันดิจิตอล นั่งให้ผ่อนคลาย 5 นาที คาดข้อแขนไว้ในระดับเดียวกับหัวใจ วัดเวลาเดียวกันทุกวัน บันทึกผล การวัดความดันโลหิตสูงที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้แพทย์ประเมินผลการรักษาได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ถ้าเริ่มกินยาลดความดันแล้ว ต้องกินไปตลอดชีวิตไหม
โดยทั่วไปแล้วต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง เพราะ Hypertension คือโรคเรื้อรังที่ต้องควบคุมระยะยาว อย่างไรก็ตามหากปรับไลฟ์สไตล์จนความดันคงที่ในเกณฑ์ปกติ แพทย์อาจพิจารณาลดขนาดยาหรือหยุดได้ในบางราย แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
โดยทั่วไปแล้วต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง เพราะ Hypertension คือโรคเรื้อรังที่ต้องควบคุมระยะยาว อย่างไรก็ตามหากปรับไลฟ์สไตล์จนความดันคงที่ในเกณฑ์ปกติ แพทย์อาจพิจารณาลดขนาดยาหรือหยุดได้ในบางราย แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
ความดันสูงเกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดสมองไหม
ความดันสูงควรทำอย่างไรเป็นคำถามสำคัญ เพราะความดันที่ควบคุมไม่ได้เป็นสาเหตุหลักของโรคหลอดเลือดสมอง ความดันสูงทำให้หลอดเลือดแข็งตัว แตกหรือตีบตัน เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองมากขึ้น วิธีลดความดันสูงและรักษาความดันสูงอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองที่มีประสิทธิภาพ
ความดันสูงควรทำอย่างไรเป็นคำถามสำคัญ เพราะความดันที่ควบคุมไม่ได้เป็นสาเหตุหลักของโรคหลอดเลือดสมอง ความดันสูงทำให้หลอดเลือดแข็งตัว แตกหรือตีบตัน เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองมากขึ้น วิธีลดความดันสูงและรักษาความดันสูงอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองที่มีประสิทธิภาพ