การดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความใส่ใจและความรู้ความเข้าใจอย่างรอบด้าน เพราะผู้ป่วยแต่ละรายมีอาการและความต้องการที่แตกต่างกัน ซึ่งต้องได้รับ วิธีดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ ที่เหมาะสมกับสภาวะของแต่ละบุคคล ในบทความนี้ มาทำความเข้าใจแนวทางที่สำคัญในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน และการดูแลในองค์รวม นอกจากนี้เรายังจะพูดถึงขั้นตอนการดูแลในระยะเวลาต่างๆ ตั้งแต่ระยะเฉียบพลันไปจนถึงระยะการดูแลระยะยาว เจาะลึกถึงวิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรคซ้ำ และเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของการดูแลผู้ป่วย Stroke ที่บ้านกับศูนย์ดูแลเฉพาะทาง เพื่อให้ผู้ดูแลและครอบครัวของผู้ป่วยสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดกับสถานการณ์และความสามารถของตนเอง ซึ่งทุกข้อมูลที่เราจะนำเสนอนั้นล้วนมุ่งเน้นไปที่การช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนต่างๆ
ทำความเข้าใจวิธีดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ
การดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความอดทนและความเข้าใจ เนื่องจากผู้ป่วยมักมีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว การพูด และการทำกิจกรรมประจำวัน วิธีดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ ที่ถูกต้องจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ในระยะแรกหลังเกิดโรค การดูแลจะเน้นการป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ แผลกดทับ และข้อติด ซึ่งผู้ดูแลต้องให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนท่าทางสม่ำเสมอ การดูแลความสะอาด และการสังเกตอาการผิดปกติ
นี่คือตัวอย่างคร่าวๆ สำหรับแนวทางสำคัญในการดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ
- การดูแลท่าทาง เปลี่ยนท่านอนทุก 2 ชั่วโมงเพื่อป้องกันแผลกดทับ และใช้หมอนรองจุดที่รับน้ำหนัก
- การบริหารข้อ ขยับแขนขาอย่างอ่อนโยนเพื่อป้องกันข้อติดและกล้ามเนื้อลีบ
- การสนับสนุนจิตใจ พูดคุยให้กำลังใจและช่วยสร้างแรงจูงใจในการฟื้นฟู
- การสังเกตอาการ ฝ้าระวังอาการผิดปกติและรีบปรึกษาแพทย์เมื่อจำเป็น
การใช้ยาในการรักษาผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ
การรักษาด้วยยาเป็นส่วนสำคัญในแผนการดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ โดยแพทย์จะพิจารณาให้ยาตามอาการและความต้องการเฉพาะของแต่ละคน วิธีดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ ด้วยการใช้ยาจะช่วยป้องกันการเกิดโรคซ้ำและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน ทีมแพทย์มักจะให้ยาหลายประเภทร่วมกัน เพื่อรักษาปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น การฟื้นฟูผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งผู้ดูแลและการใช้ยาอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์
แนวทางการเลือกอาหารที่เหมาะสม
การเลือกอาหารที่เหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของ วิธีดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ ที่มีความสำคัญมาก เพราะอาหารที่ถูกต้องจะช่วยควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคซ้ำ ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบหลายคนมักมีปัญหาการกลืนด้วย ดังนั้นการปรับเนื้อสัมผัสอาหารให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ การดูแลผู้ป่วย Stroke ด้านอาหารต้องคำนึงถึงทั้งความปลอดภัยในการกลืนและคุณค่าทางโภชนาการที่เพียงพอ
การทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูร่างกาย
กายภาพบำบัดมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ โดยเฉพาะการช่วยให้สมองและร่างกายเรียนรู้การใช้งานใหม่ เพื่อชดเชยส่วนที่สูญเสียไป วิธีดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ ด้วยกายภาพบำบัดจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มโอกาสในการกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้
การเริ่มต้นกายภาพบำบัดควรทำภายใน 3 วัน หลังจากอาการคงที่ เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ทีมกายภาพบำบัดจะออกแบบโปรแกรมการฝึกที่เหมาะสมกับสภาพของแต่ละคน ซึ่งแนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองนี้มุ่งเน้นให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาเดิน ยืน และทำกิจวัตรประจำวันได้มากที่สุด
วิธีดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ในระยะต่างๆ
การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวทางตามระยะเวลาและความร้ายแรงของอาการ ในระยะแรกจะเน้นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนและการคงชีวิต ส่วนระยะหลังจะมุ่งไปที่การฟื้นฟูและการปรับตัวให้กลับมาใช้ชีวิตได้ วิธีดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ ต้องคำนึงถึงความต้องการเฉพาะในแต่ละช่วงเวลา
ทีมแพทย์แนะนำให้แบ่งการดูแลออกเป็น 3 ช่วงหลัก คือระยะเฉียบพลัน ระยะฟื้นฟู และระยะดูแลระยะยาว แต่ละช่วงจะมีเป้าหมายและวิธีการที่แตกต่างกัน การฟื้นฟูผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบจะได้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงแรกและดำเนินต่อเนื่อง
ช่วงเวลาแต่ละระยะมีความสำคัญแตกต่างกัน ดังนี้
- ระยะเฉียบพลัน – ใน 24-72 ชั่วโมงแรก เน้นการคงชีวิตและป้องกันเลือดออกเพิ่ม
- ระยะฟื้นฟูเบื้องต้น – สัปดาห์ที่ 1-4 เริ่มกายภาพบำบัดและฝึกทักษะพื้นฐาน
- ระยะฟื้นฟูต่อเนื่อง – เดือนที่ 2-6 เน้นการกลับมาทำกิจวัตรประจำวันและป้องกันโรคซ้ำ

การดูแลในระยะเฉียบพลัน
ระยะเฉียบพลันถือเป็นช่วงวิกฤตสำคัญที่ต้องรีบรักษาตัวผู้ป่วยในโรงพยาบาลเป็นอันดับแรก การดูแลผู้ป่วย Stroke ในช่วงนี้เน้นการคงชีวิตและป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง ทีมแพทย์จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมความดันโลหิต ป้องกันการบวม และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน
วิธีดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ ในระยะแรกต้องเน้นการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ครอบครัวสามารถช่วยได้โดยการสื่อสารกับผู้ป่วยอย่างอ่อนโยน ช่วยพลิกตัวเปลี่ยนท่าทาง และเฝ้าระวังอาการผิดปกติเพื่อแจ้งพยาบาลทันที
การดูแลในระยะฟื้นตัว
หลังจากอาการคงตัวแล้ว ระยะฟื้นตัวจะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ วิธีดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ จะเริ่มมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูการทำงานของร่างกาย การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะฟื้นฟูนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากกิจกรรมง่ายๆ ก่อนค่อยเพิ่มความยากขึ้นเรื่อยๆ
ช่วยให้ผู้ป่วยฝึกการเคลื่อนไหวพื้นฐาน เช่น การนั่ง ยืน และเดิน รวมถึงการใช้มือในกิจกรรมง่ายๆ การฟื้นฟูผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบในระยะนี้จะได้ผลดีที่สุดหากได้รับการสนับสนุนและกำลังใจจากครอบครัวอย่างต่อเนื่อง
การดูแลในระยะทรงตัว
ระยะทรงตัวเป็นช่วงที่ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ แต่ต้องมีการดูแลอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันโรคกลับมาเป็นซ้ำ วิธีดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ ในระยะนี้จะเน้นการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและการฝึกฝนความสามารถที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น
การดูแลผู้ป่วย Stroke ในระยะยาวต้องให้ความใส่ใจกับการควบคุมโรคประจำตัว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการป้องกันการล้มหกล้ม แนะนำให้มีการตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อติดตามผลการรักษาและปรับแผนการดูแลให้เหมาะสม
การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบ ไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองเป็นซ้ำถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลระยะยาว เนื่องจากผู้ป่วยที่เคยเป็นแล้วจะมีโอกาสเป็นซ้ำสูงกว่าคนปกติถึง 5-10 เท่า การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ดีต้องมุ่งเน้นการควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง
วิธีดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำจะเน้นที่การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและการติดตามรักษาอย่างสม่ำเสมอ ทีมแพทย์มักจะกำหนดแผนการรักษาที่ครอบคลุมทั้งการใช้ยา การออกกำลังกาย การปรับอาหาร และการตรวจสุขภาพเป็นประจำ
ตัวอย่างหลักการป้องกันโรคซ้ำที่ควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ได้แก่
- ควบคุมความดันโลหิต ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติต่ำกว่า 130/80 mmHg โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือโรคไต
- จัดการระดับน้ำตาล ในผู้ป่วยเบาหวานให้ HbA1c ต่ำกว่า 7%
- ลดไขมันในเลือด โดยเฉพาะ LDL ให้ต่ำกว่า 100 mg/dL
- เลิกสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง
- ออกกำลังกาย อย่างน้อย 30 นาที วันละ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์
การปรับไลฟ์สไตล์เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ
การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตมีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองเกิดซ้ำ หากทำอย่างต่อเนื่อง การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ประสบความสำเร็จจึงต้องเริ่มจากการปรับพฤติกรรมประจำวัน ทีมแพทย์มักแนะนำให้ครอบครัวช่วยกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลง เช่น การปรุงอาหารเค็มน้อย การจัดกิจกรรมออกกำลังกายที่เหมาะสม และการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ป่วยยึดมั่นในแผนการรักษา การฟื้นฟูผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบที่ผสมผสานการปรับไลฟ์สไตล์จะให้ผลดีกว่าการพึ่งแต่ยาเพียงอย่างเดียว
การติดตามอาการและกลับไปพบแพทย์
การเข้ารับการตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอเป็นส่วนสำคัญของ วิธีดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ ระยะยาว แพทย์จะติดตามผลการรักษา ตรวจสอบค่าต่างๆ และปรับยาให้เหมาะสม ทีมแพทย์แนะนำให้นัดตรวจทุก 3-6 เดือน หรือเมื่อมีอาการผิดปกติ การดูแลผู้ป่วย Stroke ต้องให้ความสำคัญกับการสังเกตอาการเตือนที่อาจบ่งบอกถึงการกลับมาป่วยซ้ำ เช่น ใบหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงกะทันหัน หรือพูดไม่ชัด หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันทีไม่ควรรอ
การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบที่บ้าน VS ศูนย์รักษา แบบไหนดีกว่ากัน
การเลือกรูปแบบการดูแลเป็นคำถามสำคัญที่ครอบครัวผู้ป่วยมักสงสัย วิธีดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ ทั้งสองแบบมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน การตัดสินใจควรพิจารณาจากความรุนแรงของอาการ การสนับสนุนที่บ้าน และความพร้อมของครอบครัว
ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของแต่ละรูปแบบการดูแล
| ประเด็น | การดูแลที่บ้าน | การดูแลที่ศูนย์รักษา |
|---|---|---|
| ความสะดวก | อยู่ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย อบอุ่น | ต้องเดินทาง อาจเหนื่อยล้า |
| ความเชี่ยวชาญ | ขึ้นอยู่กับความรู้ผู้ดูแล | มีทีมผู้ชำนาญการครบวงจร |
| อุปกรณ์ | จำกัด ต้องจัดซื้อเอง | ครบครัน ทันสมัย |
| การติดตาม | อาจพลาดอาการเปลี่ยนแปลง | ติดตามใกล้ชิด ตลอดเวลา |
ทีมแพทย์มักแนะนำให้เริ่มด้วยศูนย์รักษาในระยะแรก เพื่อสร้างพื้นฐานการฟื้นฟูที่แข็งแกร่ง จากนั้นค่อยปรับเป็นการดูแลที่บ้านเมื่อสภาพดีขึ้น การฟื้นฟูผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบแบบผสมผสานระหว่างศูนย์รักษาและที่บ้านมักให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
สรุป
การดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความเข้าใจ ความอดทน และความรู้ที่ถูกต้อง วิธีดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ ที่มีประสิทธิภาพต้องครอบคลุมทั้งการป้องกันภาวะแทรกซ้อน การฟื้นฟูร่างกาย และการป้องกันโรคกลับมาเป็นซ้ำ ไม่ว่าจะเลือกดูแลที่บ้านหรือศูนย์รักษา สิ่งสำคัญคือการมีแผนการดูแลที่เหมาะสมและทีมผู้ชำนาญการที่ให้คำปรึกษา
WALK WELL ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง มีทีมอายุรแพทย์ระบบประสาทและแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู พร้อมโปรแกรมกายภาพบำบัดที่ปรับแต่งได้ตามสภาพของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวได้รับการดูแลที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง หากต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง สามารถติดต่อเราได้ที่นี่ เพื่อรับคำแนะนำจากทีมผู้ชำนาญการ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ วิธีดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ
เส้นเลือดในสมองตีบ ห้ามทำอะไรบ้าง
ผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองตีบควรหลีกเลี่ยงการออกแรงหนัก เช่น การยกของหนัก การเปลี่ยนท่าทางอย่างกะทันหัน และการควบคุมอารมณ์ที่รุนแรง เนื่องจากอาจทำให้ความดันโลหิตขึ้นลงอย่างรวดเร็ว เพิ่มความเสี่ยงต่อการแตกหรือตีบของหลอดเลือดมากขึ้น นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
ผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองตีบควรหลีกเลี่ยงการออกแรงหนัก เช่น การยกของหนัก การเปลี่ยนท่าทางอย่างกะทันหัน และการควบคุมอารมณ์ที่รุนแรง เนื่องจากอาจทำให้ความดันโลหิตขึ้นลงอย่างรวดเร็ว เพิ่มความเสี่ยงต่อการแตกหรือตีบของหลอดเลือดมากขึ้น นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
โรคเส้นเลือดในสมองตีบ ห้ามกินผลไม้อะไร
ผู้ป่วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบควรระวังผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ องุ่น และมะม่วงสุก หากเป็นเบาหวานร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม การเลือกกินผลไม้ที่เหมาะสมและในปริมาณที่พอดีจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพได้ เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง มะละกอสุก และผลไม้เปรี้ยว อื่นๆ
ผู้ป่วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบควรระวังผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ องุ่น และมะม่วงสุก หากเป็นเบาหวานร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม การเลือกกินผลไม้ที่เหมาะสมและในปริมาณที่พอดีจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพได้ เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง มะละกอสุก และผลไม้เปรี้ยว อื่นๆ
เส้นเลือดในสมองตีบ รักษาหายไหม
โรคเส้นเลือดในสมองตีบสามารถควบคุมและปรับปรุงได้ด้วย การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ที่เหมาะสม แม้ว่าจะไม่ได้การันตีว่าสามารถ “หาย” ได้ 100% แต่การรักษาที่ได้มาตรฐานจะช่วยลดอาการ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการฟื้นฟูที่ WALK WELL ที่มีโปรแกรมเฉพาะบุคคลออกแบบได้ตามความเหมาะสมของคนไข้
โรคเส้นเลือดในสมองตีบสามารถควบคุมและปรับปรุงได้ด้วย การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ที่เหมาะสม แม้ว่าจะไม่ได้การันตีว่าสามารถ “หาย” ได้ 100% แต่การรักษาที่ได้มาตรฐานจะช่วยลดอาการ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการฟื้นฟูที่ WALK WELL ที่มีโปรแกรมเฉพาะบุคคลออกแบบได้ตามความเหมาะสมของคนไข้
เส้นเลือดในสมองตีบ รักษาอย่างไร
การรักษาเส้นเลือดในสมองตีบมีหลายแนวทาง ได้แก่ การให้ยาละลายลิ่มเลือด การใส่สายสวนขยายหลอดเลือด การควบคุมความดันโลหิต และการฟื้นฟูผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ การรักษาต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วในช่วง Golden Time เพื่อลดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อสมอง และต้องมีการติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง
การรักษาเส้นเลือดในสมองตีบมีหลายแนวทาง ได้แก่ การให้ยาละลายลิ่มเลือด การใส่สายสวนขยายหลอดเลือด การควบคุมความดันโลหิต และการฟื้นฟูผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ การรักษาต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วในช่วง Golden Time เพื่อลดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อสมอง และต้องมีการติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง
แนวทางการดูแลผู้ป่วย Stroke ที่บ้าน
แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่บ้านเริ่มต้นจากการเตรียมสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย การช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวัน และการฝึกทักษะการเคลื่อนไหวตามแผนของทีมแพทย์ สำคัญคือต้องสังเกตอาการผิดปกติและพาไปพบแพทย์ตามกำหนดการดูแลผู้ป่วย Stroke ที่ถูกต้องจะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูได้ดียิ่งขึ้น
แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่บ้านเริ่มต้นจากการเตรียมสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย การช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวัน และการฝึกทักษะการเคลื่อนไหวตามแผนของทีมแพทย์ สำคัญคือต้องสังเกตอาการผิดปกติและพาไปพบแพทย์ตามกำหนดการดูแลผู้ป่วย Stroke ที่ถูกต้องจะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูได้ดียิ่งขึ้น
โรคเส้นเลือดในสมองตีบ ห้ามกินยาอะไร
ผู้ป่วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบควรหลีกเลี่ยงยาบางกลุ่มที่อาจเพิ่มความเสี่ยง เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมน และยาสมุนไพรบางชนิดที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างไรก็ตามการหยุดหรือเปลี่ยนยาใดๆ ต้องปรึกษาแพทย์เสมอ เพราะแต่ละคนมีสภาวะสุขภาพที่แตกต่างกัน
ผู้ป่วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบควรหลีกเลี่ยงยาบางกลุ่มที่อาจเพิ่มความเสี่ยง เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมน และยาสมุนไพรบางชนิดที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างไรก็ตามการหยุดหรือเปลี่ยนยาใดๆ ต้องปรึกษาแพทย์เสมอ เพราะแต่ละคนมีสภาวะสุขภาพที่แตกต่างกัน